วันเกิดของฉันที่ผ่านมา นอกจากจะได้รับสิ่งดีๆจากมิตรสหายมากเกินความคาดหวังแล้ว ยังมีสองเหตุการณ์เล็กๆที่มีพลังกระแทกต่อมไตในร่างกายให้ปั่นป่วนมิใช่เล่น จนน่าเขียนบันทึกเก็บไว้
เหตุการณ์แรก -เพื่อนนำจดหมายมาให้ฉัน 3 ฉบับ พร้อมกับขนมขบเคี้ยวจำนวนหนึ่ง สิ่งเหล่าที่มาจากน้องปีหนึ่งซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานเทคของฉัน ส่วนฉันก็มีศักดิ์เป็นย่าเทคของเขา (ถ้าเป็นมหา’ลัยอื่นอาจเรียก หลานรหัส ย่ารหัส อะไรเทือกๆนี้) ฉันเก็บจดหมายเหล่านั้นไว้โดยยังไม่เปิดอ่าน วานเพื่อนให้เขียนอะไรก็ได้ตอบกลับน้องให้หน่อย และย่อยสลายขนมบางส่วนสูญหายภายในห้านาทีด้วยแรงแร้ง
เมื่อกลับห้องมาจึงได้อ่านจดหมาย ในฉบับแรกเป็นการพูดคุยเล่าเรื่องนู้นเรื่องนี้ ถามสารทุกข์สุขดิบของฉันตามปกติ ฉบับสองมาพร้อมคำถามนู่นนี่ พร้อมปิดท้ายว่าให้ฉันเขียนจดหมายไปหาบ้าง
ฉบับที่สามคล้ายระเบิดลง มีคำตัดพ้อใหญ่ๆว่าย่าเงียบหายเหมือนตายจาก ในขณะที่ย่าของเพื่อนคนอื่นๆ เขียนจดหมาย ให้ของขวัญกันคึกคัก หนูเฝ้ารอวันที่ย่าจะติดต่อกลับมาวันแล้ววันเล่า ถ้าไม่ได้รับสมุดโน้ตที่ย่าฝากไว้ให้ตั้งแต่เปิดเทอม หนูคงคิดว่าหนูไม่มีย่า ทำไมย่าของหนูจึงไม่มีจดหมายให้เลยแม้แต่ฉบับเดียว
เมื่อมองไปที่กล่องขนมก็พบข้อความเขียนเตือนอีกว่า ย่าอย่าลืมเขียนจดหมายหาหนูบ้างนะคะ
ให้ตายเถอะ อ่านแล้วหัวใจจะวาย มีคนรอจดหมาย(กู)อยู่หรือนี่
ในอดีต ปาวีณเป็นมือวางอันดับหนึ่งในการเขียนจดหมาย เขียนตอบโต้กับเพื่อนในห้องวันละหลายฉบับ แม้จะเจอหน้ากัน แต่ข้อความดีๆที่ถูกส่งถึงกันทุกวันช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นและความรู้สึกเป็นคนพิเศษของกันและกันมากขึ้น ยิ่งจดหมายหาคนรักยิ่งไม่ต้องพูดถึง ปาวีณซัดโฮกๆ คาดว่ามีปริมาณมากกว่าเขียนการบ้านรวมกันตลอดชีวิต
ไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นเหมือนฉันไหม ถ้าเป็นคำพูดเราสามารถเก็บกักอะไรบางอย่างไว้ในใจได้ แต่ถ้าได้เริ่มเขียนจดหมายล่ะก็ ทุกอย่างจะพรั่งพรูออกมาเหมือนเขื่อนแตก และบิดเบือนได้ยากยิ่ง
แต่แล้ว A letter girl วันนั้น กลับกลายมาเป็นคนเดียวกับย่าผู้ละเลยหลานน้อย ฉันอ่านจดหมายดูก็รู้ว่าน้องตั้งใจเขียนมากแค่ไหน ในขณะที่ฉันกลับวานให้คนอื่นเขียนให้ (อาจแก้ตัวได้นิดหน่อยว่าฉันเพิ่งได้รับจดหมายจากน้องที่เพื่อนมันเอาไปดองไว้ถึงสามฉบับ แต่อย่างไรก็คือฉันละเลยอยู่ดี) เรื่องน่าเศร้ากว่าก็คือก่อนหน้านี้ยังคิดจะให้เป็นขนมแทนด้วยซ้ำ เพราะความขี้เกียจเขียน ขี้เกียจคิด ขี้เกียจสื่อสาร
เขกกบาลตัวเองแรงๆ ปาวีณไม่รู้หรอกหรือว่า การรอข่าวคราวจากใครคนหนึ่ง มันทรมานขนาดไหน
เหตุการณ์ที่สอง- ในคืนเดียวกันนั้นเอง ฉันเล่นเนตตามปกติ คอนพิวเตอร์ออนไลน์ msn อัตโนมัติ เมื่อดูที่หน้าต่างอีเมล์ขาเข้าก็เห็นชื่อของคนคนหนึ่งอยู่บนสุด เป็นอีเมล์ที่ปราศจาก Subject
นั่งรวบรวมสติอยู่พักใหญ่ ก่อนจะคลิกเข้าไปดู
มีเพียงข้อความสั้นๆว่า Happy Birthday พร้อมภาษาญี่ปุ่นที่มีความหมายตามนี้ แต่ถึงแม้จะสั้นมากแค่ไหน มันก็มีความหมายกับฉันเหลือเกิน เป็นอีกคำอวยพรที่มีค่ามากในวันที่ฉันกำลังจะเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ฉันนั่งดูมันอยู่พักใหญ่ ปล่อยให้น้ำตาที่ไร้เหตุผลแต่ไม่น่าเกี่ยงงอนไหลออกมาตามสบาย
ดีใจที่เขายังจำวันเกิดฉันได้ และดีใจกว่าที่รู้ว่าเขายังอยู่บนโลกใบเดียวกับฉัน เพราะเราต่างคนต่างกำลังก้าวไปเป็นผู้ใหญ่บนเส้นทางที่ไม่มีวันบรรจบกันอีก แต่จดหมายอิเล็กทรอนิกส์สั้นๆฉบับนี้ก็ช่วยเชื่อมความรู้สึกหวังดีของเราให้มาพบกันได้ในครั้งหนึ่ง
และทำให้ปาวีณจำขึ้นมาได้ว่า การรอข่าวคราวจากใครคนหนึ่ง มันทรมานขนาดไหน
ปล. ตอนเช้าและเย็นพ่อกับแม่โทรมาอวยพรวันเกิด คิดถึง อยากกลับบ้าน
เพื่อนซื้อล็อตเตอรี่และเค้กให้เป็นของขวัญวันเกิด (อ่อ ตรวจแล้วไม่ถูก อดไป)
ตอนแรกลืมวันเกิดตัวเองไปเลย จำได้เพราะคืนก่อนหน้าเข้าไปอ่านในกระทู้แล้วบังเอิญเห็นว่าเกิดวันเดียวกะคุณแทนไท ประเสริฐกุล นักเขียนคนโปรด
สิ่งดีๆมักเกิดขึ้นเวลาที่เราไม่ได้ตั้งความหวังและรอคอยมัน
อย่ารอที่จะส่งความหวังดีให้แก่ใคร บางทีเรื่องเล็กน้อยของเราก็มีค่ามากมายสำหรับคนอื่น